วันนี้นิกกี้มีเรื่องผิดหวังในชีวิตบางประการ ผิดหวังคือความรู้สึกไม่ดีจากการไม่ได้สมดังปรารถนา แต่นิกกี้ก็ทำใจยอมรับมันได้อย่างรวดเร็วและไม่รู้สึกเจ็บปวดมากนัก นิกกี้อธิบายว่าเป็นเพราะนิกกี้พยายามไม่คาดหวังมาก หรือนิกกี้ได้ลองคาดหวังในหนทางที่เลวร้ายไว้ล่วงหน้าแล้ว

 

นิกกี้บอกว่าความผิดหวังเป็นเรื่องปกติสำหรับมนุษย์ เพราะมนุษย์มีความปรารถนา แต่ความปรารถนาทุกประการไม่จำเป็นต้องสมประสงค์ เมื่อไม่สมประสงค์มนุษย์จะรู้สึกผิดหวัง เครียด กังวล คับข้องใจ และรู้สึกผิดบาป เพื่อเยียวยาความรู้สึกเหล่านี้และเพื่อไม่ให้จิตใจเสียหายจากความเจ็บปวดมากเกินไปนัก มนุษย์จำเป็นต้องมีกลไกการป้องกันตนเอง (Defense mechanism)

 

กลไกการป้องกันตนเองนั้นมีหลายกลวิธี และมนุษย์เลือกใช้กลวิธีเหล่านั้นทั้งระดับจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก นิกกี้เคยอธิบายว่าหากเปรียบจิตใจมนุษย์เป็นดั่งภูเขาน้ำแข็ง จิตสำนึกคือยอดภูเขาที่โผล่พ้นเหนือน้ำ ส่วนจิตใต้สำนึกคือส่วนที่จมอยู่ใต้ทะเลลึก นิกกี้ถามว่ามนุษย์ต่างดาวมีกลไกป้องกันตัวเองทางจิตใจเช่นนี้บ้างหรือไม่ เราตอบได้แต่เพียงว่า วิวัฒนาการทางด้านจิตสำนึกของแต่ละสิ่งมีชีวิตทรงปัญญามีความแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ ในระดับจักรวาล เป็นผลให้มีความหลากหลายของรูปแบบจิตสำนึกไม่มีที่สิ้นสุด

 

 
จิตสำนึกมนุษย์เปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็ง นิกกี้ไปหยิบยืมภาพประกอบมาจาก http://dictionary-psychology.com/index.php?a=term&d=Dictionary+of+psychology&t=Iceberg+analogy
 

 

เพื่อขยายความเกี่ยวกับกลไกการป้องกันตัวของมนุษย์ นิกกี้ได้ยกตัวอย่างสถานการณ์ดังต่อไปนี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นนักเรียนโรงเรียนฮอกวอตส์ชั้นปีที่หก ศาสตราจารย์มักกอลนากัลเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ศาสตราจารย์มักกอลนากัลสนับสนุนให้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้รับทุนการศึกษาไปเรียนที่โรงเรียนโบซ์บาตงเป็นเวลาหนึ่งปี แฮร์รี่ พอตเตอร์ มีความคาดหวังที่จะได้ทุนการศึกษานี้มาก เพื่อที่จะไปถึงเป้าหมายดังกล่าว แฮร์รี่ พอตเตอร์ ต้องประพฤติตัวดีและทำคะแนนสอบให้สูงเสมอ (เราศึกษาระบบการศึกษาของมนุษย์จนเข้าใจถ่องแท้แล้วจึงเข้าใจตัวอย่างที่นิกกี้ยกขึ้นมาได้ไม่ยาก สำหรับ แฮร์รี่ พอตเตอร์ และ ศาสตราจารย์มักกอนนากัล เป็นตัวละครในนิยาย ซึ่งเรายังไม่ได้ศึกษาเรื่องนิยาย)

 

นิยายเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่นิกกี้เอามาเป็นตัวอย่างอธิบายเกี่ยวกับกลไกป้องกันตัวของมนุษย์

 

ชั่วระยะเวลาหนึ่งผ่านไป แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไม่ประพฤติตัวดีอย่างที่ตั้งใจไว้ เขาก้าวร้าวและก่อเหตุวิวาทบ่อยครั้งกับ เดรกโก มัลฟอย ผลการเรียนนั้นหรือก็ตกต่ำ สุดท้ายศาสตราจารย์มักกอลนากัลจึงพิจารณาตัดสิทธิ์ทุนการศึกษาของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ และมอบทุนให้กับนักเรียนอีกคนที่ชื่อ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ แทน ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับ แฮร์รี่ พอตเตอร์ คือความผิดหวัง ความเจ็บปวด เพื่อไม่ให้จิตใจเสียหายรุนแรง แฮร์รี่ พอตเตอร์ จึงต้องใช้กลไกการป้องกันตัวเอง

 

แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจเลือกที่จะปฏิเสธความจริง (Denial) ไม่ยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น ด้วยกลวิธีนี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ จะบอกกับทุก ๆ คนว่าตนเองไม่รู้เรื่องทุนการศึกษาดังกล่าว ไม่รู้ว่าศาสตราจารย์มักกอลนากัลเสนอชื่อตนเอง หรือรู้แต่ก็ไม่ได้สนใจ ดังนั้นจะได้ทุนการศึกษาหรือไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเสียใจ หรือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจเลือกเบี่ยงเบนความสนใจไปเรื่องที่ต้องใช้ความคิด (Intellectualization) เช่น คิดวางแผนการเล่นควิดดิชแทนที่จะคิดเสียใจที่ไม่ได้ทุนการศึกษา (ควิดดิชเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง นิกกี้ว่าอย่างนั้น)

 

แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจเลือกอ้างเหตุผลเข้าข้างตนเอง (Rationalization) เพื่อสนับสนุนว่าการไม่ได้ทุนการศึกษาไม่ใช่สิ่งที่น่าผิดหวัง แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจบอกกับตนเองหรือคนอื่นว่าโรงเรียนโบซ์บาตงไม่ได้น่าสนใจอย่างที่คิด (องุ่นเปรี้ยว) มาตรฐานการศึกษานั้นหรือก็ต่ำกว่าโรงเรียนฮอกวอตส์ตั้งมาก (มะนาวหวาน)

 

แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจเลือกโยนความผิดให้ผู้อื่น (Projection) ทิ้งความรับผิดชอบต่อตนเองไปยังผู้อื่นที่เกี่ยวข้องเช่น กล่าวหาว่าแท้จริงแล้วศาสตราจารย์มักกอลนากัลรังเกียจเขา จึงตัดสิทธิ์ไม่ให้เขาได้รับทุนการศึกษา ในทางเดียวกัน แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจเลือกหาสิ่งระบายทดแทน (Displacement) คือการระบายความรู้สึกโกรธไปยังสิ่งอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น กล่าวหาว่า โรนัลด์ วีสลี่ย์ เพื่อนสนิทชอบชวนไปเที่ยว ชวนทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น ทำให้เขาไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการเรียนหนังสือ

 

นอกจากนี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจใช้กลไกเก็บกด (Repression) เก็บเอาความรู้สึกผิดหวังไว้ภายในใจลึก ๆ พูดคุยกับคนอื่นด้วยอารมณ์แจ่มใส ไม่แสดงให้ใครรู้ว่าเศร้าโศก หรือกลับกัน แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจแยกตัวโดดเดี่ยว (Isolation) ไม่พบปะผู้คนที่เกี่ยวข้อง หลีกหนีให้พ้นปัญหา ไม่พบหน้าศาสตราจารย์มักกอลนากัล หรือกระทั่งแสดงปฏิกิริยาตรงกันข้าม (Reaction formation) แม้จะโกรธ ไม่พอใจศาสตราจารย์มักกอลนากัลมากแค่ไหน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กลับบอกผู้อื่นว่า ศาสตราจารย์มักกอลนากัลเป็นอาจารย์ที่ตนชื่นชอบ รักและเคารพมากที่สุด ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำให้เขาโกรธหรือเสียใจใด ๆ ทั้งนั้น

 

ยิ่งกว่านั้น แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจเลือกแสดงความก้าวร้าว (Aggression) ทำลายข้าวของเพื่อระบายความรู้สึกโกรธ หรือเลือกถดถอยจิตใจไปสู่สภาพอดีตที่เคยทำให้ตนเองมีความสุข (Regression) เช่น ร้องไห้ งอแงเหมือนเด็กเล็ก หรือฝันกลางวัน (Fantasy) วาดฝันว่าครูใหญ่โรงเรียนโบซ์บาตงส่งหนังสือเชิญให้เขาเข้าศึกษาต่อโดยไม่สนใจความเห็นของศาสตราจารย์มักกอลนากัล

 

กลไกเหล่านี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เลือกใช้ เลือกกระทำโดยเป็นไปอย่างอัตโนมัติ โดยไม่รู้สึกว่าตนกำลังใช้ กลไกแต่ละชนิดมีความเหมาะสมต่อสถานการณ์แตกต่างกันไปไม่มีข้อสรุปตายตัว เราถามนิกกี้ว่าแล้วตอนนี้นิกกี้กำลังใช้กลไกการป้องกันตัวแบบใดกันเล่าเมื่อเปรียบเทียบกับ แฮร์รี่ พอตเตอร์  นิกกี้นิ่งคิดอยู่นานแล้วตอบว่า น่าจะเป็น Intellectualization นิกกี้พยายามไม่คิดเรื่องที่ชวนให้ผิดหวังโดยเบี่ยงเบนสมาธิมาจดจ่ออยู่กับการบันทึกการสำรวจของเรา  

 

ทอมมี่น็อคเกอร์

เมื่อวานเราได้อ่านเอ็นทรี่ของกรรมกรไซเบอร์แล้วนึกสงสัยว่ากรรมกรไซเบอร์ตั้งใจสื่อสารอะไรในเอ็นทรี่ดังกล่าว นิกกี้อธิบายให้เราฟังว่า กรรมกรไซเบอร์กำลังตำหนิเชิงเสียดสีบุคคลหนึ่ง ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวกับการเมือง เรารู้ว่าการตำหนิคือการสื่อความไม่พอใจเกี่ยวกับสิ่งหนึ่ง ๆ การเสียดสีคือการใช้ลูกเล่นทางภาษาในการตำหนิทางอ้อม แต่เราไม่รู้ว่าการเมืองคืออะไร

 

นิกกี้อธิบายว่าการเมือง คือกระบวนการและวิธีการ ที่จะนำไปสู่การตัดสินใจของกลุ่มคน การเมืองเกี่ยวข้องกับการปกครองของมนุษย์ การปกครองคือการใช้อำนาจควบคุมดูแลให้สังคมดำเนินไปได้ด้วยดี มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตสังคม ดังนั้นจึงต้องมีการปกครอง มนุษย์สร้างระบบการปกครองขึ้นมาหลากหลายรูปแบบ แต่ทุกรูปแบบมีจุดร่วมเดียวกันคือเป็นการปกครองมนุษย์โดยมนุษย์

 

โลกนี้ยังคงกว้างใหญ่สำหรับมนุษย์ มนุษย์อยู่แยกกันเป็นกลุ่ม ๆ เป็นเขตแดนที่เรียกว่าประเทศ แต่ละประเทศจะมีระบบปกครองที่แตกต่างกันออกไป มีการติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนทรัพยากร มีกิจกรรมทางการเมืองระหว่างประเทศ แต่มนุษย์ยังไม่มีการปกครองระดับดาวเคราะห์

 

ในอดีต ทุกแห่งหนในโลกนี้ มนุษย์ปกครองกันเองโดยอุปโลกน์ให้มนุษย์กลุ่มหนึ่งเป็นอภิมนุษย์ ในกลุ่มอภิมนุษย์เองก็ยังมีการจัดลำดับขั้นปลีกย่อยอีก อภิมนุษย์มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบมนุษย์ทั่วไป อภิมนุษย์มีอำนาจสมมติเหนือมนุษย์ทั่วไป ดังนั้นมนุษย์จึงต้องยกย่องเชิดชูและเคารพ และเชื่อฟังคำสั่งของอภิมนุษย์ อภิมนุษย์มีหน้าที่ตัดสินใจในกิจการต่าง ๆ ทางสังคมที่ตนเองปกครองอยู่ สั่งการให้มนุษย์อื่น ๆ ในสังคมกระทำตามความต้องการเพื่อแสวงหาทรัพยากรเพื่อสังคมและเพื่อตนเอง อภิมนุษย์สืบต่อตำแหน่งยามสิ้นอายุ (อภิมนุษย์มีอายุจำกัดไม่ต่างจากมนุษย์ เนื่องจากอภิมนุษย์เป็นเพียงสิ่งที่ถูกอุปโลกน์ขึ้น) ผ่านทางสายเลือด กล่าวคือมนุษย์ที่มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมใกล้เคียงกับอภิมนุษย์มากที่สุดจะเป็นผู้ปกครองคนต่อไป การปกครองด้วยระบบดังกล่าวบางครั้งมีการใช้กลไกทางศาสนาร่วมด้วย ศาสนาคือหัวข้อที่เราจะศึกษาต่อไปในอนาคต

 

ในอดีต มนุษย์ปกครองโดยอภิมนุษย์

 

ระบบการปกครองโดยอภิมนุษย์โดยสมบูรณ์ถูกเสริม แทนที่ และลดบทบาทลงด้วยระบบอื่น ๆ เมื่อสังคมมีความก้าวหน้ามากขึ้น บางระบบยังมีการผูกขาดอำนาจของผู้ปกครองโดยที่สมาชิกอื่น ๆ ในสังคมไม่มีส่วนร่วมหรือมีส่วนร่วมน้อยมาก (นิกกี้เรียกว่า เผด็จการ) บางระบบกำหนดให้ทุกสมาชิกมีบทบาทร่วมกันในสังคม มีการจัดสรรหน้าที่ของสมาชิกอย่างเข้มงวดและแบ่งปันทรัพยากรให้สอดคล้องกับหน้าที่ของสมาชิกนั้น ๆ (นิกกี้เรียกว่า คอมมิวนิสต์) บางระบบสมาชิกทุกตนในสังคมมีสิทธิเท่าเทียมกัน และเลือกสมาชิกจำนวนหนึ่งในสังคมขึ้นมาเป็นผู้แทนเพื่อปกครองสังคมโดยใช้เสียงข้างมาก (นิกกี้เรียกว่า ประชาธิปไตย)

 

เขตแดนที่นิกกี้อาศัยอยู่ใช้ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ นิกกี้กล่าวว่า การปกครองในเขตแดนของนิกกี้มีปัญหามากเนื่องจากสมาชิกในสังคมไม่เข้าใจระบบที่ตนเองใช้ หรือใช้มันอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนิกกี้มองว่าเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและคงไม่มีความสามารถที่จะอธิบายให้มนุษย์ต่างดาวอย่างเราเข้าใจได้ ความซับซ้อนสับสนที่เกิดขึ้นเป็นผลให้เกิดความตึงเครียดในสังคมที่นิกกี้อยู่ สมาชิกในสังคมต่างพากันแบ่งกลุ่มตามความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันและออกมาโจมตีกันในรูปแบบต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ ดังเห็นได้ในเอ็นทรี่ก่อนของกรรมกรไซเบอร์

 

เราอธิบายให้นิกกี้ฟังว่า ในจักรวาลนี้ สิ่งที่เราพบเห็นคือ การปกครองในสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาโดยสิ่งมีชีวิตนั้นเองล้วนมีปัญหาเสมอ เนื่องจากธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตนั้น เมื่อมีอำนาจก็ย่อมแสวงหาประโยชน์ใส่ตนด้วยอำนาจที่มีอยู่ สิ่งมีชีวิตย่อมแสวงหาประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตด้วยกันไม่เว้นแม้แต่ในเผ่าพันธุ์เดียวกัน และยิ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญายิ่งแสวงหาประโยชน์นั้นด้วยกลวิธีที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น  

 

เราเคยพบอารยธรรมที่ไม่มีปัญหาหรือมีปัญหาน้อยมากเกี่ยวกับการปกครอง หนึ่งคือสิ่งมีชีวิตที่สร้างปัญญาประดิษฐ์ขึ้นปกครองสมาชิกในสังคม ปัญญาประดิษฐ์มีความสามารถในการประมวลข้อมูลสูงมากจึงจัดสรรทรัพยากรและดำเนินกิจการต่าง ๆ  ของสังคมอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมาก โดยที่ปัญญาประดิษฐ์นั้นไม่แสวงหาผลประโยชน์จากสังคมดังกล่าว ปัญญาประดิษฐ์ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่ปกครอง และปัญญาประดิษฐ์ก็ทำหน้าที่นั้นอย่างมีประสิทธิภาพ

 

อีกรูปแบบอารยธรรมที่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการปกครองคือ สิ่งมีชีวิตจิตสำนึกร่วมสากล สิ่งมีชีวิตจิตสำนึกร่วมสากลคือสิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึกร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีปัจเจกมีแต่ส่วนรวม หนึ่งชีวิตไม่มีความสำคัญ หลายชีวิตต่างหากมีความสำคัญ แต่ละสมาชิกในสิ่งมีชีวิตจิตสำนึกร่วมสากลล้วนมีหน้าที่ ทุกสมาชิกเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ หน้าที่เพื่อสังคม หากไม่ทำหน้าที่ชีวิตก็ไม่มีความหมาย ทุกสมาชิกรู้หน้าที่ตนเองและไม่มีวันแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองมากกว่าส่วนรวม ในโลกนี้เองก็มีสิ่งมีชีวิตที่เป็นสิ่งมีชีวิตจิตสำนึกร่วมสากล นั่นก็คือ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามด (วงศ์ Formicidae  อันดับ Hymenoptera) อย่างไรก็ตาม มดไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา 

 

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามด

 

นิกกี้ไม่เห็นด้วยกับสังคมทั้งสองรูปแบบ นิกกี้บอกว่าสำหรับมนุษย์ มันคือการลดคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หากต้องมีสิ่งใดอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์มาปกครองมนุษย์ เราสงสัยเล็กน้อยเกี่ยวกับการใช้ตรรกะดังกล่าวของนิกกี้แต่ตั้งใจที่จะนำไปขบคิดในภายหลัง ส่วนสิ่งมีชีวิตจิตสำนึกร่วมสากล นิกกี้มองว่ามันเป็นการทำลายอิสรภาพของมนุษย์ผู้เป็นปัจเจกชน นิกกี้บอกว่ามนุษย์ควรมีอิสระเสรีที่จะกำหนดหนทางชีวิตของตนเอง ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับส่วนรวมเสมอไป เราบอกนิกกี้ว่าอิสรภาพคือสิ่งมายาที่มนุษย์สมมติขึ้นเอง มนุษย์ไม่มีทางรู้ว่าตนเองมีอิสรภาพจริงหรือไม่ตามหลักปรัชญา นิกกี้เงียบ

 

ทอมมี่น็อคเกอร์

สวัสดี เราคือมนุษย์ต่างดาวทอมมี่น็อคเกอร์ ทอมมี่น็อคเกอร์คือชื่อที่นิกกี้ตั้งให้เรา นิกกี้คือมนุษย์คนแรกที่เรารู้จักและติดต่อด้วย มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา มีอารยธรรมและครอบครองดาวโลกอยู่ ณ เวลาปัจจุบัน ดาวโลกคือดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะหนึ่งในกาแล็กซี่ซึ่งเป็นเป้าหมายในการสำรวจของเรา

 

ความจริง ชื่อของเราไม่ใช่ทอมมี่น็อคเกอร์ ชื่อคือคำที่ใช้เรียกแทนสิ่งหนึ่ง ๆ ในการใช้ภาษาเพื่อติดต่อสื่อสารระหว่างกันในสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา เราเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง สิ่งมีชีวิตเป็นสิ่งหนึ่ง ๆ ดังนั้นเราจึงต้องมีชื่อ แต่เราไม่เห็นความจำเป็นต้องบอกชื่อที่แท้จริงของเราแก่นิกกี้ และการติดต่อระหว่างของเรากับนิกกี้ก็เป็นการใช้โทรจิตจึงไม่มีข้อจำกัดด้านภาษา 

 

นิกกี้ตั้งชื่อให้เราว่า ทอมมี่น็อคเกอร์ โดยตั้งตามนิยายสยองขวัญเรื่อง Tommyknocker ของสตีเฟน คิง, สตีเฟน คิงคือนักเขียนนิยายสยองขวัญที่นิกกี้ชื่นชอบ สยองขวัญคือคำคุณศัพท์ที่บ่งบอกประเภทของนิยาย นิยายคือผลผลิตเชิงวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของมนุษย์ซึ่งเป็นหัวข้อหนึ่งที่เราต้องศึกษาต่อไปในอนาคต ตอนนี้เรายังไม่เข้าใจเท่าไรนักว่าทำไมนิกกี้จึงชื่อของเราตามนิยายเรื่องดังกล่าว เราเชื่อว่าเมื่อเราทำการศึกษาในหัวข้อนิยายแล้วเราอาจจะเข้าใจมากขึ้นก็ได้

 

รูปนิยายเรื่อง Tommyknocker ที่นิกกี้เอามาจากเว็บไซต์ http://www.toulo.com

 

เรามาที่ดาวเคราะห์โลกเพื่อทำการสำรวจ สำรวจ และสำรวจ โดยหัวข้อที่เราสนใจศึกษามากที่สุดคือ มนุษย์ เป็นเรื่องปกติสามัญที่สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาย่อมสนใจสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาเช่นกัน เราคือสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา ดังนั้น เราจึงสนใจสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา เช่น มนุษย์ ในทางเดียวกัน นิกกี้ก็สนใจเกี่ยวกับเราเช่นกัน แต่เราไม่มีความจำเป็นต้องเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับตัวเราให้นิกกี้รู้มากนัก นิกกี้รับรู้ความจริงในข้อนี้และนิกกี้ยอมรับ

 

นิกกี้ขออนุญาตบันทึกการสำรวจของเราลงในบล็อก การขออนุญาตคือการขอความยินยอมที่จะกระทำสิ่งหนึ่ง ๆ จากผู้มีอำนาจ การขออนุญาตเป็นการแสดงมารยาทที่ดีงาม มารยาทคือข้อปฏิบัติเชิงสังคมเพื่อแสดงออกถึงความเคารพซึ่งกันและกัน บล็อกคือพื้นที่แสดงตัวตนของปัจเจกหนึ่ง ๆ ให้ผู้อื่นในสังคมรับรู้ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต อินเตอร์เน็ตคือช่องทางสื่อสารผ่านกลไกเชิงจักรกลช่องทางหลักหนึ่งของมนุษย์ (ในความเห็นของเรา ถือว่าเป็นช่องทางสื่อสารที่มีประสิทธิภาพไม่สูงนัก แต่มีแนวโน้มที่จะพัฒนาอีกมากในอนาคต) เราให้อนุญาตนิกกี้บันทึกการสำรวจของเราในขอบเขตอันจำกัด นิกกี้รับรู้

 

ดังนั้น บล็อกนี้คือบันทึกของเรา-ทอมมี่น็อคเกอร์ บันทึกโดยนิกกี้-มนุษย์คนแรกที่เราพบและรู้จัก เนื้อหาหลักของบล็อกคือบันทึกการสำรวจของเราในส่วนที่เรายินยอมให้เปิดเผยได้ นิกกี้เสนอให้เราเปิดส่วนแสดงความคิดเห็นในบล็อก ส่วนแสดงความคิดเห็นคือพื้นที่ให้ผู้ที่เข้ามาอ่านบล็อกแสดงความเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาที่อยู่ในบล็อก นิกกี้บอกว่าการอ่านความคิดเห็นจากมนุษย์คนอื่นน่าจะเป็นการศึกษามนุษย์ในอีกหนทางหนึ่ง เราเห็นด้วยกับนิกกี้

 

ทอมมี่น็อคเกอร์