#3 มนุษย์มีกลไกการป้องกันตนเองเพื่อเยียวยาความเจ็บปวด
posted on 22 Jul 2009 20:26 by tommyknockerวันนี้นิกกี้มีเรื่องผิดหวังในชีวิตบางประการ ผิดหวังคือความรู้สึกไม่ดีจากการไม่ได้สมดังปรารถนา แต่นิกกี้ก็ทำใจยอมรับมันได้อย่างรวดเร็วและไม่รู้สึกเจ็บปวดมากนัก นิกกี้อธิบายว่าเป็นเพราะนิกกี้พยายามไม่คาดหวังมาก หรือนิกกี้ได้ลองคาดหวังในหนทางที่เลวร้ายไว้ล่วงหน้าแล้ว
นิกกี้บอกว่าความผิดหวังเป็นเรื่องปกติสำหรับมนุษย์ เพราะมนุษย์มีความปรารถนา แต่ความปรารถนาทุกประการไม่จำเป็นต้องสมประสงค์ เมื่อไม่สมประสงค์มนุษย์จะรู้สึกผิดหวัง เครียด กังวล คับข้องใจ และรู้สึกผิดบาป เพื่อเยียวยาความรู้สึกเหล่านี้และเพื่อไม่ให้จิตใจเสียหายจากความเจ็บปวดมากเกินไปนัก มนุษย์จำเป็นต้องมีกลไกการป้องกันตนเอง (Defense mechanism)
กลไกการป้องกันตนเองนั้นมีหลายกลวิธี และมนุษย์เลือกใช้กลวิธีเหล่านั้นทั้งระดับจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก นิกกี้เคยอธิบายว่าหากเปรียบจิตใจมนุษย์เป็นดั่งภูเขาน้ำแข็ง จิตสำนึกคือยอดภูเขาที่โผล่พ้นเหนือน้ำ ส่วนจิตใต้สำนึกคือส่วนที่จมอยู่ใต้ทะเลลึก นิกกี้ถามว่ามนุษย์ต่างดาวมีกลไกป้องกันตัวเองทางจิตใจเช่นนี้บ้างหรือไม่ เราตอบได้แต่เพียงว่า วิวัฒนาการทางด้านจิตสำนึกของแต่ละสิ่งมีชีวิตทรงปัญญามีความแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ ในระดับจักรวาล เป็นผลให้มีความหลากหลายของรูปแบบจิตสำนึกไม่มีที่สิ้นสุด
จิตสำนึกมนุษย์เปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็ง นิกกี้ไปหยิบยืมภาพประกอบมาจาก http://dictionary-psychology.com/index.php?a=term&d=Dictionary+of+psychology&t=Iceberg+analogy
เพื่อขยายความเกี่ยวกับกลไกการป้องกันตัวของมนุษย์ นิกกี้ได้ยกตัวอย่างสถานการณ์ดังต่อไปนี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นนักเรียนโรงเรียนฮอกวอตส์ชั้นปีที่หก ศาสตราจารย์มักกอลนากัลเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ศาสตราจารย์มักกอลนากัลสนับสนุนให้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้รับทุนการศึกษาไปเรียนที่โรงเรียนโบซ์บาตงเป็นเวลาหนึ่งปี แฮร์รี่ พอตเตอร์ มีความคาดหวังที่จะได้ทุนการศึกษานี้มาก เพื่อที่จะไปถึงเป้าหมายดังกล่าว แฮร์รี่ พอตเตอร์ ต้องประพฤติตัวดีและทำคะแนนสอบให้สูงเสมอ (เราศึกษาระบบการศึกษาของมนุษย์จนเข้าใจถ่องแท้แล้วจึงเข้าใจตัวอย่างที่นิกกี้ยกขึ้นมาได้ไม่ยาก สำหรับ แฮร์รี่ พอตเตอร์ และ ศาสตราจารย์มักกอนนากัล เป็นตัวละครในนิยาย ซึ่งเรายังไม่ได้ศึกษาเรื่องนิยาย)
นิยายเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่นิกกี้เอามาเป็นตัวอย่างอธิบายเกี่ยวกับกลไกป้องกันตัวของมนุษย์
ชั่วระยะเวลาหนึ่งผ่านไป แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไม่ประพฤติตัวดีอย่างที่ตั้งใจไว้ เขาก้าวร้าวและก่อเหตุวิวาทบ่อยครั้งกับ เดรกโก มัลฟอย ผลการเรียนนั้นหรือก็ตกต่ำ สุดท้ายศาสตราจารย์มักกอลนากัลจึงพิจารณาตัดสิทธิ์ทุนการศึกษาของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ และมอบทุนให้กับนักเรียนอีกคนที่ชื่อ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ แทน ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับ แฮร์รี่ พอตเตอร์ คือความผิดหวัง ความเจ็บปวด เพื่อไม่ให้จิตใจเสียหายรุนแรง แฮร์รี่ พอตเตอร์ จึงต้องใช้กลไกการป้องกันตัวเอง
แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจเลือกที่จะปฏิเสธความจริง (Denial) ไม่ยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น ด้วยกลวิธีนี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ จะบอกกับทุก ๆ คนว่าตนเองไม่รู้เรื่องทุนการศึกษาดังกล่าว ไม่รู้ว่าศาสตราจารย์มักกอลนากัลเสนอชื่อตนเอง หรือรู้แต่ก็ไม่ได้สนใจ ดังนั้นจะได้ทุนการศึกษาหรือไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเสียใจ หรือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจเลือกเบี่ยงเบนความสนใจไปเรื่องที่ต้องใช้ความคิด (Intellectualization) เช่น คิดวางแผนการเล่นควิดดิชแทนที่จะคิดเสียใจที่ไม่ได้ทุนการศึกษา (ควิดดิชเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง นิกกี้ว่าอย่างนั้น)
แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจเลือกอ้างเหตุผลเข้าข้างตนเอง (Rationalization) เพื่อสนับสนุนว่าการไม่ได้ทุนการศึกษาไม่ใช่สิ่งที่น่าผิดหวัง แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจบอกกับตนเองหรือคนอื่นว่าโรงเรียนโบซ์บาตงไม่ได้น่าสนใจอย่างที่คิด (องุ่นเปรี้ยว) มาตรฐานการศึกษานั้นหรือก็ต่ำกว่าโรงเรียนฮอกวอตส์ตั้งมาก (มะนาวหวาน)
แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจเลือกโยนความผิดให้ผู้อื่น (Projection) ทิ้งความรับผิดชอบต่อตนเองไปยังผู้อื่นที่เกี่ยวข้องเช่น กล่าวหาว่าแท้จริงแล้วศาสตราจารย์มักกอลนากัลรังเกียจเขา จึงตัดสิทธิ์ไม่ให้เขาได้รับทุนการศึกษา ในทางเดียวกัน แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจเลือกหาสิ่งระบายทดแทน (Displacement) คือการระบายความรู้สึกโกรธไปยังสิ่งอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น กล่าวหาว่า โรนัลด์ วีสลี่ย์ เพื่อนสนิทชอบชวนไปเที่ยว ชวนทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น ทำให้เขาไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการเรียนหนังสือ
นอกจากนี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจใช้กลไกเก็บกด (Repression) เก็บเอาความรู้สึกผิดหวังไว้ภายในใจลึก ๆ พูดคุยกับคนอื่นด้วยอารมณ์แจ่มใส ไม่แสดงให้ใครรู้ว่าเศร้าโศก หรือกลับกัน แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจแยกตัวโดดเดี่ยว (Isolation) ไม่พบปะผู้คนที่เกี่ยวข้อง หลีกหนีให้พ้นปัญหา ไม่พบหน้าศาสตราจารย์มักกอลนากัล หรือกระทั่งแสดงปฏิกิริยาตรงกันข้าม (Reaction formation) แม้จะโกรธ ไม่พอใจศาสตราจารย์มักกอลนากัลมากแค่ไหน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กลับบอกผู้อื่นว่า ศาสตราจารย์มักกอลนากัลเป็นอาจารย์ที่ตนชื่นชอบ รักและเคารพมากที่สุด ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำให้เขาโกรธหรือเสียใจใด ๆ ทั้งนั้น
ยิ่งกว่านั้น แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจเลือกแสดงความก้าวร้าว (Aggression) ทำลายข้าวของเพื่อระบายความรู้สึกโกรธ หรือเลือกถดถอยจิตใจไปสู่สภาพอดีตที่เคยทำให้ตนเองมีความสุข (Regression) เช่น ร้องไห้ งอแงเหมือนเด็กเล็ก หรือฝันกลางวัน (Fantasy) วาดฝันว่าครูใหญ่โรงเรียนโบซ์บาตงส่งหนังสือเชิญให้เขาเข้าศึกษาต่อโดยไม่สนใจความเห็นของศาสตราจารย์มักกอลนากัล
กลไกเหล่านี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เลือกใช้ เลือกกระทำโดยเป็นไปอย่างอัตโนมัติ โดยไม่รู้สึกว่าตนกำลังใช้ กลไกแต่ละชนิดมีความเหมาะสมต่อสถานการณ์แตกต่างกันไปไม่มีข้อสรุปตายตัว เราถามนิกกี้ว่าแล้วตอนนี้นิกกี้กำลังใช้กลไกการป้องกันตัวแบบใดกันเล่าเมื่อเปรียบเทียบกับ แฮร์รี่ พอตเตอร์ นิกกี้นิ่งคิดอยู่นานแล้วตอบว่า น่าจะเป็น Intellectualization นิกกี้พยายามไม่คิดเรื่องที่ชวนให้ผิดหวังโดยเบี่ยงเบนสมาธิมาจดจ่ออยู่กับการบันทึกการสำรวจของเรา
ทอมมี่น็อคเกอร์